• สำนักงานเทศบาลตำบลแม่ไร่ 272 หมู่ 8 ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 57240
  • +66 053-667-505

ประวัติความเป็นมาของเทศบาล

           การตั้งถิ่นฐานของประชาชนชาวตำบลแม่ไร่ได้มีประวัติตามตำนานและคำบอกเล่าว่าเริ่มมีการ   ตั้งถิ่นฐานตั้งแต่ พ.ศ. 2133 ว่ามีประชาชนได้อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานริมแหล่งน้ำแม่ไร่โดยชื่อว่าบ้านห้วยไร่ การอพยพมาอยู่ในพื้นที่เนื่องจากเป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณและมีต้นไม่ไผ่ ไม้ไร่ เป็นจำนวนมาก และมาปรากฏหลักฐานที่ชัดเจนว่า ในปี พ.ศ. 2470 ครูบาศรีวิชัยนักบุญแห่งล้านนาไทยได้มาสร้างถนนขึ้นดอยตุงโดยบูรณสังขรณ์ ในพ.ศ. ๒๔๗๐  และครูบาศรีวิชัย นักบุญแห่งล้านนา เดินผ่านบ้านห้วยไร่ ได้พักเที่ยงและได้เวลาฉันท์เพล ณ ที่ห้วยหินลับ บ้านห้วยข้าวหลาม  บ้านห้วยไร่เป็นทางผ่านในการเดินทางขึ้นดอยตุง  ต้องเตรียมน้ำขึ้นเวลาเดินขึ้นดอย ขณะนั้นอุบาสก อุบาสิกา เดินทางพร้อมนักบุญมาจากเชียงใหม่ ได้ตัดไม้ไร่ ขุดบ่อน้ำ เพื่อจะนำน้ำไปดื่มขณะเดินทาง จึงชื่อว่าบ้านห้วยไร่ ต่อมานายหิง  นางเอ้ย ได้รับคำสั่งจากส่วนราชการให้เกณฑ์คนไปเฝ้าพระธาตุซึ่งกำลังสร้างขึ้นใหม่ พร้อมกับสถาปนาตัวเป็นข้าทาส หรือ บริวารองค์ พระธาตุ จึงได้ชื่อสกุลว่าพุทธะรักษา และต่อมาเปลี่ยนเป็นไร่พุทธา  จนถึงปัจจุบัน ส่วนบ้านดงมะตืนใช้ชื่อสกุลว่า ธาตุรักษาายหิงนางเอ้ย  เป็นครอบครัวแรกที่เข้ามาตั้งรกรากอยู่ในพื้นที่ตำบล ขณะนั้นไม่มีหมู่บ้านใกล้เคียงติดต่อกัน เนื่องจากมีทิวทัศน์ที่น่าอยู่ จึงได้ไปชักชวนเพื่อนบ้าน ญาติที่เคยอยู่เดิมรวม ๑๒๐ ครัวเรือน จึงนับว่าเป็นหมู่บ้านใหญ่ และมีการก่อสร้างวัดในปีเดียวกัน

ปี ๒๔๒๕ การก่อตั้งบ้าน "ป่ากว๋าว" หมู่ที่ ๑ (๑๓๑ ปี) ประชากรส่วนใหญ่ของบ้านป่ากว๋าว  คือ กลุ่มคนที่อพยพมาจาก จังหวัดลำปาง  ลำพูน เชียงใหม่  ส่วนใหญ่จะเป็นชาติพันธุ์ไทยลื้อ โดยมีนายเฮือน เรือนมูล เป็นผู้นำเริ่มแรกมี จำนวน ๒๘ ครัวเรือน ก่อตั้งเมื่อ ปี ๒๔๒๕ ต่อมามีการสร้างวัดดอนมูลขึ้นโดยการนำของ พระอินสม  คำติ๊บ  ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสในขณะนั้นบ้านป่ากว๋าว หมู่ที่ ๑ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 0.2 ตารางกิโลเมตร โดยแบ่งเป็น ที่นา  850 ไร่ ที่สวน 10 ไร่ที่อยู่อาศัย 2.1 ตารางกิโลเมตร ที่แหล่งน้ำ 1 ไร่  ที่สาธารณะ 2 ไร่ ที่ดิน (นารวม ๑๐ ไร่  บริเวณหลังวัดดอนมูล) มีจำนวนครัวเรือน  305  ครัวเรือน จำนวนประชากร 1,100 คน เป็นชาย 510 คน เป็นหญิง 590 คน  ผู้สูงอายุ 98 คน ผู้พิการ 7 คน

ปี ๒๕๓๐ มีโครงการพัฒนาดอยตุงขึ้น ทำให้หน่วยงานรัฐต่างๆ ไล่คนที่อาศัยอยู่กับ
ป่าออกมา ชาวเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) จึงอพยพมาอยู่ในพื้นที่ราบมากขึ้นเรื่อยๆ โดยในพื้นที่ตำบลแม่ไร่ เริ่มแรกเข้ามามาก ๆ ในช่วงปี ๒๕๓๕  และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจากบ้านห้วยไร่ หมู่ ๖ บ้านดงมะตืน หมู่ ๕ บ้านสันกอง หมู่ ๗ และปัจจุบันกระจายอยู่ทั่วไปทั้งใน และนอกตำบลรวมไปถึงชาติพันธุ์ไตใหญ่ที่อพยพมาจากรัฐฉานประเทศพม่าก็เข้ามาสมทบ              

ปี  ๒๔๒๖ การก่อตั้งบ้าน "ฮ่องแฮ่" หมู่ที่ ๔ (๑๓๐ ปี) บ้านฮ่องแฮ่ ก่อตั้งมาเมื่อใดไม่ปรากฏหลักฐานที่แน่ชัด คาดคะเนว่าก่อตั้งมาประมาณ 120 - 130 ปี โดยประชากรส่วนมากอพยพมาจากจังหวัดลำพูน และมีการอพยพเข้ามาเรื่อย ๆ ชื่อเริ่มแรกชื่อว่าบ้านร่องแรด เนื่องจากเดิมเป็นเส้นทาง  การเดินทางของแรดในการออกหาอาหาร ซึ่งที่อยู่จริง อยู่ในพื้นที่ดอยสะโง้ (อำเภอเชียงแสน) และเดินทางทุกวันจนเส้นทางที่เดินทางเป็นร่อง เมื่อถึงฤดูฝนน้ำก็จะไหล 
เรียกว่าน้ำร่องแรด และต่อมาเรียกตามชื่อน้ำว่า บ้านร่องแรด หรือเรียกใหม่ว่าบ้านร่องแร่  หรือฮ่องแฮ่ในปัจจุบัน บ้าน"ฮ่องแฮ่" หมู่ที่ ๔ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,000 ไร่ โดยแบ่งเป็นที่นา 443 ไร่ ที่สวน 15 ไร่ ที่แหล่งน้ำ 1.5 ไร่ ที่อยู่อาศัย 452 ไร่ จำนวนครัวเรือน 122  ครัวเรือน จำนวนประชากร 394 คน เป็นชาย 207 คน เป็นหญิง 187 คน  ผู้สูงอายุ 35 คน ผู้พิการ 3 คน

ปี ๒๔๙๐ การอพยพของชาติพันธ์ ลัวะ หรือ ละว้า จากเชียงใหม่สู่เชียงราย เดิมเมื่อปี ๒๔๙๐ พ่ออุ้ยปัน จันทาอ้าย และพ่ออุ้ยแสนกาวิใจ (กาวิละ) ซึ่งพ่อค้าวัวต่าง จากจังหวัดเชียงใหม่ มาค้าวัว ค้าควายในพื้นที่ เห็นว่าเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์  จึงกลับไปที่เชียงใหม่   เพื่อไปชักชวนญาติพี่น้อง มาอยู่  โดยมีการอพยพมาจากอำเภอจอมทอง  จังหวัดเชียงใหม่

ปี ๒๔๓๕ การก่อตั้งบ้าน"ดงมะตืน" หมู่ที่  ๕ (๑๒๑ ปี) บ้านดงมะตืนก่อตั้งโดยคนกลุ่มหนึ่งที่อพยพมาจาก จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายต๊ะ ธาตุรักษา เป็นผู้นำเริ่มแรกมีจำนวนครัวเรือนทั้งสิ้น 12 ครัวเรือน  เมื่อปี พ.ศ. 2435  โดยมีการสร้างวัดดงมะตืน โดยการนำของพระคำ ธาตุรักษา เป็นเจ้าอาวาสคนแรก และสร้าง วัดบ้านดงมะตืน  บ้าน "ดงมะตืน" หมู่ที่ ๕ มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,500 ไร่ โดยแบ่งเป็นที่นา  550 ไร่ ที่สวน 125 ไร่ ที่อยู่อาศัย 793 ไร่ ที่แหล่งน้ำ 12 ไร่ ที่สาธารณะประโยชน์ 5 ไร่ ที่อื่น ๆ 15 ไร่ จำนวนครัวเรือน 165 ครัวเรือน จำนวนประชากร 447  คน เป็นชาย 134 คน เป็นหญิง 313 คน  ผู้สูงอายุ 125 คน ผู้พิการ 3 คน

ปี ๒๔๔๐ การก่อตั้งบ้าน "ดอนชัย" หมู่ที่  ๘ (๑๑๖ ปี) เดิมบ้าน "ดอนชัย" เป็นส่วนหนึ่งของบ้านป่ากว๋าว หมู่ที่ 1 ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน  จังหวัดเชียงราย นำล่วงไปเมื่อปี 2440 มีครอบครัวชาวไทยยอง จากจังหวัดลำพูน และเชียงใหม่ เดินทางมาตั้งถิ่นฐาน  ทำนา ทำไร่ ทำสวน  ซึ่งในแถบนั้นมีต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นจำนวนมาก ภาษาพื้นที่เรียกว่า "ต้นกว๋าว"  จึงมีการตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านป่ากว๋าวตามสภาพพื้นที่ ต่อมาผู้คนอพยพเจ้ามาอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้น จึงมีการสร้างบ้านเรือน และวัดประจำหมู่บ้านในเนื้อที่ 5 ไร่  ต่อมาเมื่อปี 2486  มีการสร้างโรงเรียนขึ้น เมื่อปี 2540 มีการขยายการปกครอง จากเดิมหมู่บ้านป่ากว๋าวขยายมาเป็นหมู่บ้านดอนชัย ซึ่งเป็นชื่อที่ได้รับการเห็นชอบจากประชาชนในพื้นที่ เป็นชื่อที่เป็นมงคล และมีเหตุว่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ในพื้นที่มีนามสกุลลงท้ายว่า "ชัย" เป็นส่วนใหญ่ อีกนัยหนึ่งบอกว่า ใช้ชื่อ บอกว่า ดอนชัย ตามหมู่บ้านเดิมของบรรพบุรุษที่อพยพมาจาก จังหวัดลำพูน โดยมีผู้ใหญ่บ้านคนแรก คือ นายนิทัศน์ ห้วยไชย ปัจจุบันคือ นายประเสริฐ  อุประ บ้าน"ดอนชัย" หมู่ที่ 8 มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 836 ไร่  โดยแบ่งเป็นที่นา 540 ไร่ ที่สวน 140 ไร่ ที่อยู่อาศัย 120 ไร่ ที่สาธารณะประโยชน์ 1 ไร่ ที่อื่น ๆ 35 ไร่ จำนวนครัวเรือน 193  ครัวเรือน จำนวนประชากร 705 คน เป็นชาย 336 คน เป็นหญิง 369 คน  ผู้สูงอายุ 98 คน ผู้พิการ 5 คน

ปี ๒๔๔๕ การก่อตั้งบ้าน"สันกอง"หมู่ที่ ๗ อายุชุมชน ๑๑๑ ปี ในอดีตพื้นที่บ้านสันกอง หมู่ที่ 7 เคยอยู่ในการปกครองของตำบลแม่คำ ต่อมาเมื่อมีการเปิดด่าน อำเภอแม่สาย และ อำเภอเชียงแสน ทำให้ 2 อำเภอนี้ เป็นศูนย์กลางในการค้าขายจึงมีการอพยพเข้ามาอาศัยอยู่เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คนที่อพยพมา  ส่วนใหญ่มาจาก อำเภอห้างฉัตร จังหวัดลำปาง เช่น เป็นคนที่มาจากบ้านสันกอง อำเภอห้างฉัตร บ้านสันกอง อำเภอพาน  และบ้านราษฎร จังหวัดลำพูน และเนื่องจากราษฎรที่ย้ายเข้ามาตั้งถิ่นฐานใหม่นี้ส่วนใหญ่ได้ย้ายมาจากบ้าที่มีชื่อนำหน้าว่า "สัน" เมื่อรวมตัวกันมาก ๆ เลยได้ตั้งชื่อหมู่บ้านว่าบ้านสันกอง ต่อมาเมื่อปี 2517 ตำบลแม่คำ มีการขยายการย้ายถิ่นจากลำปาง ลำพูน เชียงใหม่ สู่เชียงรายเนื่องจากที่อยู่เดิมที่ จังหวัดลำปาง ลำพูน เชียงใหม่  ไม่ค่อยอุดมสมบูรณ์  จึงชักชวนกันย้ายมาอยู่ที่บ้านสันกอง จังหวัดเชียงราย จากบริเวณที่ตั้งหมู่บ้านสันกอง มีความอุดมสมบูรณ์ การเรียนการสอนในอดีตของคนในสมัยก่อน จังหวัดเชียงรายไม่มีโรงเรียน  หากครอบครัวไหนพอมีเงิน ก็จะเดินทางไปเรียนที่ จังหวัดลำปาง โดยการเดินทางไปกับรถขนส่งข้าวสาร กรมการปกครองแยกการปกครองเพิ่มเป็นตำบลแม่ไร่ โดยมีผู้ใหญ่บ้านคนแรกชื่อว่า นายเป็ง  กองสอน ราษฎรส่วนใหญ่ทำอาชีพเกษตรกรรม  รับจ้าง  และค้าขายตามลำดับ

เมื่อปี ๒๔๔๕  บ้านสันกองเดิมเป็นบ้านเล็กๆ หมู่บ้านหนึ่ง ขึ้นตรงกับตำบลแม่คำ มีจำนวนครัวเรือนเริ่มแรก ๒๓ ครัวเรือน ราษฎรส่วนใหญ่อพยพมาจากบ้านสันหลวง ตำบลปงยางครก อำเภอห้างฉัตร  จังหวัดลำปาง  เดินทางโดยล้อ วัวเทียมเกวียน มาอยู่ ๑๓ ครัวเรือน โดยการนำของ พ่ออุ้ยหนาน ต๊ะเนาว์ชมพู  และพ่ออ้าย  ฉัตรแก้ว ได้มาพักที่บ้านสันกอง อำเภอพานก่อน แล้วจึงชักชวนญาติ และเพื่อน อีก ๑๐ ครอบครัว  ประกอบด้วยครอบครัว อุ้ยถา อุ้ยน้อยเป็ง อุ้ยตุ้ม  อุ้ยเณ อุ้ยจันทร์อ่าง อุ้ยหนานตัน อุ้ยมา อุ้ยมี น้อยปัญญา ฯลฯ มารวมตัวกันเป็นหมู่บ้านในพื้นที่ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน และได้ใช้ชื่อว่าบ้านสันกอง เหมือนชื่อบ้านที่ได้อพยพมาบ้านสันกอง หมู่ที่ 7 มีพื้นที่รวมทั้งสิ้น 1,912 ไร่ โดยแบ่งเป็นที่นา 50 ไร่  ที่สวน 560 ไร่ ที่อยู่อาศัย 1,253 ไร่ ที่แหล่งน้ำ 10 ไร่ สาธารณะประโยชน์ 10ไร่ ที่อื่น ๆ 29 ไร่            จำนวนครัวเรือน 238 ครัวเรือน จำนวนประชากร 1,034 คน เป็นชาย 541 คน เป็นหญิง 493 คน  ผู้สูงอายุ 147  คน ผู้พิการ 10คน การเลือกผู้นำ คนแรกของบ้านสันกอง หมู่ที่ ๗ โดยมีการคัดเลือก  นายเป็ง  กองสอน  เป็นผู้นำ การบุกเบิกพื้นที่เพื่อการสร้างอาชีพมีการบุกเบิกพื้นที่โดยอยู่ที่ความขยันของคน  ส่วนใหญ่ทำนาเพราะอยู่ใกล้น้ำ มีการปลูกผัก และเลี้ยงสัตว์เพื่อกินเองมีการแบ่งปันแลกของกันกินลงแขก  ทำนาการซื้อขายที่ดิน และการใช้จ่ายเงินที่ดินส่วนใหญ่ก่อนอพยพมาจะเป็นป่าสัก ป่างิ้ว และที่นา หากมีการซื้อขายต้องเอาเงินแถบไปแรกเป็นเงินบาท โดยเงินแถบ ๓๕  แถบ จะแรกเงินบาทได้ ๑๗.๕ บาท (คิดเป็น ๒ แถบ ต่อ ๑ บาท)  โดยราคาที่ดินในขณะนั้น มีราคาประมาณไร่ละ ๗ บาท หรือ ๑๔ แถบถนนสายแรกของตำบลในอดีตการเดินทางไม่มีถนนในการเดินทาง ตาเป็นทางล้อต่อมาเมื่อ ปี ๒๕๓๐ มีการสร้างถนนพหลโยธิน 

ปี ๒๔๕๐ การเพิ่มและขยายประชากรสู่การแยกหมู่บ้าน จากบ้านบ้านสันกอง  หมู่ที่ ๗ ตำบลแม่คำ  เป็นบ้านสันกอง  หมู่ที่ ๑๒ ตำบลแม่คำ เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์  ชาวบ้านจึงชักชวน ญาติ พี่ น้อง ให้มาตั้งถิ่นฐานในการทำมาหากิน เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ และกลายเป็นหมู่บ้านใหญ่ในที่สุด ต่อมาเมื่อปี ๒๔๕๐  ทางราชการเป็นว่าบ้านสันกองมีบริเวณกว้างวาง ยากแก่การปกครองทั่วถึง  จึงได้แยกเขตการปกครองขึ้น  คือ บ้านสันกอง หมู่ที่ ๑๒ ตำบลแม่คำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย (คือบ้านสันกอง  หมู่ที่ ๒ ตำบลแม่ไร่  อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย ปัจจุบัน)

ปี ๒๔๗๙ การสร้างโรงเรียนประชากรเริ่มมีการขยายตัวมากขึ้น เพิ่มเป็น ๓ หมู่บ้าน และมีเด็กมากขึ้น จึงสร้างเรียนเรียนขึ้น โดยการเก็บรวบรวมเงินของชาวบ้านหลังคาเรือนละ 4 บาท เพื่อสร้างโรงเรียน ปี ๒๔๗๕ สร้างวัดสันกองในโบราณโรงเรียนวัดคือโรงเรียน ส่วนใหญ่คนที่ไปเรียนจะเป็นผู้ชาย  เจ้าอาวาสเป็นครู สิ่งที่สอนส่วนใหญ่เป็นเรื่องศิลป์ และธรรมต่างๆ ความเป็นกลุ่ม โดยเริ่มก่อตั้งในพื้นที่ ๑๐ ไร่ ต่อมาในปี ๒๕๒๘  กรมการปกครองกระทรวงมหาดไทย

ได้แบ่งเขตการปกครอง เนื่องจาก ตำบลแม่คำมีพื้นที่กว้าง  หลายหมู่บ้าน จึงได้แยกตำบล  แบ่งเขตการปกครองเป็น ตำบลแม่ไร่ จึงเปลี่ยนชื่อเป็นบ้านสันกอง หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย 

ปี ๒๕๔๘ ประวัติหมู่บ้าน / ชุมชนบ้าน "สันกองใหม่"หมู่ที่ ๙ (อายุชุมชน ๘ ปี) เดิมบ้าน "สันกองใหม่" เป็นส่วนหนึ่งของบ้านสันกองหมู่ที่ 7 ตำบลแม่ไร่ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โดยได้แยกออกมาเป็นอีกหมู่บ้านเนื่องจากประชากรมีจำนวนมากยากต่อการบริหารงาน แยกออกมาเมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2548 พื้นที่ บ้าน"สันกองใหม่"พื้นที่ 810 ไร่ ที่นา 474 ไร่ ที่อยู่อาศัย 330 ไร่ ที่สาธารณะประโยชน์ 6 ไร่ จำนวนครัวเรือน 120 ครัวเรือน จำนวนประชากร 443 คน เป็นชาย 205 คน เป็นหญิง 238 ผู้สูงอายุ 76 คน ผู้พิการ 6 คน

ปี ๒๕๕๓ กำนันหญิงคนแรกมีการคัดเลือกกำนันในพื้นที่ตำบลแม่ไร่ ณ ขณะนั้นมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายใหม่ จากเดิมกำนันมาจากการเลือกของชาวบ้าน เปลี่ยนเป็นการเลือกของผู้ใหญ่บ้านในตำบล  และได้นางจันทร์เพ็ญ  ปัญญาดี เป็นกำนันหญิงคนแรกของตำบล และ กำนันคนแรกที่มาจากกฎหมายฉบับนี้

 

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง